แม้ว่าในปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่งจะชูจุดขายว่าเป็น Pet-Friendly หรือคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ แต่เมื่อต้องใช้ชีวิตจริง ผู้เลี้ยงหลายคนกลับพบข้อจำกัดทั้งเรื่องพื้นที่ห้องที่อาจไม่เพียงพอ เสียงของสัตว์เลี้ยงที่อาจรบกวนคนอื่น พื้นที่ขับถ่ายที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนกฎระเบียบส่วนกลางที่ค่อนข้างเคร่งครัด เช่น การต้องใส่น้องไว้ในรถเข็นตลอดเวลาเมื่อผ่านพื้นที่ส่วนกลาง หรือเวลาการเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางเฉพาะโซนที่กำหนดไว้เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เหล่า Pet Parent ที่รักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก จึงหันมาเลือก บ้านจัดสรรเชียงใหม่ ที่เป็นบ้านเดี่ยวกันมากขึ้น เพราะได้ทั้งพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความเป็นส่วนตัว ความอิสระ และยังได้พื้นที่รอบบ้านที่ตอบโจทย์สัตว์เลี้ยงได้ รวมถึงความสบายใจของผู้เลี้ยงที่ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องกฎระเบียบที่เข้มงวดจนเกินไป
บ้านเดี่ยว VS คอนโด: ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตต่างกันอย่างไร?
อิสระเรื่องเสียงและพื้นที่สำหรับให้เจ้าสี่ขาได้ปลดปล่อยพลัง
การอยู่ในบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้น้องหมาวิ่งเล่นและส่งเสียงได้เต็มที่โดยไม่รบกวนใคร และยังช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าวหรืออาการซึมเศร้าจากการถูกจำกัดพื้นที่ ส่วนน้องแมวก็มีพื้นที่ติดคอนโดแมวสูง ๆ และยังมีพื้นที่ให้ได้เล่นสนุกอย่างเพลิดเพลิน
สุขอนามัยและการขับถ่าย
บ้านเดี่ยวจะมีพื้นที่สวนรอบบ้าน ทำให้สามารถจัดพื้นที่สำหรับทำมุมขับถ่ายได้เป็นสัดส่วน ทั้งยังทำความสะอาดง่าย หมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับสะสมในพื้นที่ปิด
ลดความเครียดและช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพจิตที่ดี
การที่สัตว์เลี้ยงได้สัมผัสผืนหญ้า แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า และลมธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นพฤติกรรมตามธรรมชาติ ทำให้สัตว์เลี้ยงร่าเริง ผ่อนคลาย สุขภาพจิตดี และลดพฤติกรรมก้าวร้าวหรืออาการซึมเศร้าจากการถูกจำกัดพื้นที่
1. เลือกวัสดุพื้นไม่ลื่น ทำความสะอาดง่าย
เลือกใช้พื้นกระเบื้องยาง SPC หรือกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้าน เพื่อลดการลื่นไถล ถนอมข้อสะโพกของน้องหมา โดยเฉพาะน้องหมาสายพันธุ์ใหญ่หรือพันธุ์ที่มีปัญหาข้อสะโพก หรือทำการปูเสื่อกันลื่นในจุดที่น้องชอบวิ่ง เพื่อช่วยลดแรงกระแทก ถนอมข้อต่อ และช่วยให้ทำความสะอาดคราบเลอะเทอะได้สะดวกขึ้น
2. ทำโซน Pet Door และจุดล้างตัวก่อนเข้าบ้าน
เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตด้วยการติดตั้งประตูเล็กสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Door) บริเวณประตูหลังบ้านหรือประตูสวน เพื่อให้น้อง ๆ เดินเข้า-ออกไปขับถ่ายหรือวิ่งเล่นได้เอง พร้อมจัดทำจุดล้างตัวและเช็ดเท้าบริเวณนอกบ้านก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยคงความสะอาดภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. จัดมุมรับแสงด้วยหน้าต่าง Low Window
ธรรมชาติของน้องหมาและน้องแมวชอบการเฝ้ามองสิ่งแวดล้อมภายนอกและการนอนตากแดด การเลือกบ้านหรือออกแบบหน้าต่างและช่องแสงให้อยู่ในระดับต่ำ (Low Window) จะช่วยเปิดมุมมองให้น้อง ๆ ได้นั่งชมสวน มองนก หรือรับแสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้า ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความเพลิดเพลินให้เจ้าสี่ขาได้ตลอดทั้งวัน
4. เลือกต้นไม้ในสวนที่ปลอดภัย
สำหรับพื้นที่สวนควรเลือกปลูกหญ้าพาสพาลัมหรือหญ้านวลน้อยที่ทนทานต่อการย่ำเดิน รวมถึงเลือกพืชที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เช่น ไทม์, กุหลาบ, พลูคาว หรือปลูกพืชสมุนไพรแมว เช่น ใบไผ่เงิน เป็นต้น
5. วางระบบระบายอากาศและจัดมุมกินอาหารอย่างเป็นสัดส่วน
จัดวางมุมชามน้ำและชามอาหารในจุดที่โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่กีดขวางทางเดิน โดยเลือกใช้ชามอาหารยกระดับตามความสูงของสัตว์เลี้ยงเพื่อลดปัญหาเรื่องกระดูกคอ พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศในบ้านเพื่อช่วยดักจับฝุ่น ขนสัตว์และกลิ่นสะสมภายในบ้าน
ทำเลหางดง: มอบสวรรค์ให้คนรักสัตว์ด้วยพื้นที่สีเขียว
ถ้าพูดถึงทำเลที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนรักสัตว์ในเชียงใหม่ บ้านหางดง เชียงใหม่ ถือเป็นทำเลยอดนิยมระดับต้น ๆ ที่ Pet Parent ให้ความสนใจ เพราะทำเลโซนหางดงเป็นพื้นที่ขยายตัวทางทิศใต้ของเมืองเชียงใหม่ และเป็นทำเลที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อากาศถ่ายเทสะดวก และมีพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งกว้างขวาง
นอกจากนี้ ย่านหางดงยังมีโรงพยาบาลสัตว์ คลินิกสัตวแพทย์ Pet Shop เปิดให้บริการอย่างครอบคลุม ทำให้การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายและอุ่นใจ รวมถึงยังมีคาเฟ่สัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly Cafe) คอมมูนิตี้มอลล์และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อีกด้วย